วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

GooGle Map

Google Maps คืออะไร
     Google Maps คือบริการของ Google ที่ให้บริการเทคโนโลยีด้านแผนที่ประสิทธิภาพสูง ใช้งานง่าย และข้อมูลของธุรกิจในท้องถิ่น ได้แก่ ที่ตั้งของธุรกิจ รายละเอียดการติดต่อ และเส้นทางการขับขี่ ด้วย Google Maps คุณจะเพลิดเพลินไปกับคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ

Google Maps ใช้ได้ทุกที่หรือไม่
      Google Maps คือบริการที่รวมเอาแผนที่ การค้นหาธุรกิจในท้องถิ่น ภาพถ่ายจากดาวเทียม การค้นหาในระดับถนน และเส้นทางการขับขี่เข้าไว้ด้วยกัน ในปัจจุบัน Google Maps รุ่นที่มีความสามารถครบถ้วนสมบูรณ์มีให้บริการในประเทศต่างๆ

ฉันสามารถดู Google Maps ในภาษาอื่นได้หรือไม่
     Google Maps จะแสดงชื่อของสถานที่โดยอัตโนมัติเป็นภาษาท้องถิ่นของแต่ละประเทศ ในขณะที่ไม่สามารถเปลี่ยนภาษาสำหรับชื่อของสถานที่ได้ แต่คุณสามารถค้นหาเมืองสำคัญและที่ตั้งในภาษาอื่นๆ ได้หลายภาษา ตัวอย่างเช่น การค้นหาคำว่า [ München ] และการค้นหาคำว่า [ Munich ] จะนำคุณไปยังที่ตั้งเดียวกันที่แสดงเป็นชื่อในภาษาท้องถิ่น
 

เว็บเบราว์เซอร์ใดบ้างที่ Google Maps รองรับ
  • IE 6.0+ (ดาวน์โหลด: Windows)
  • Firefox 0.8+ (ดาวน์โหลด: Windows Mac Linux)
  • Safari 1.2.4+ (ดาวน์โหลด: Mac)
  • Netscape 7.1+ (ดาวน์โหลด: Windows Mac Linux)
  • Mozilla 1.4+ (ดาวน์โหลด: Windows Mac Linux)
  • Opera 8.02+ (ดาวน์โหลด: Windows Mac Linux)


ความสามารถของ Google maps กับงานช่าง และงานท้องถิ่น
1. สามารถใช้วางแผนการเดินทางได้
2. สามารถตรวจสอบระยะทางถนนได้
3. สามารถตรวจสอบความกว้างยาว ของพื้นที่ ต่างๆ ได้
4. สามารถตรวจสอบเนื้อที่ ของพื้นที่ ที่เราต้องการได้
5. สามารถนำแผนที่ไปใช้งานได้ในเว็บของเราเอง เช่นกำหนดที่ตั้งของ อบต.
6. สามารถประยุกต์สร้างฐานข้อมูลเพื่อการใช้งานเช่น ระบบแผนที่ภาษีได้

วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

คำศัพท์ของการวิเคราะห์และออกแบบระบบ

 
Natural Determination
วิธีธรรมดา
Methodology Determination
วิธีการทางวิทยาศาสตร์
System Analysis and Design
การวิเคราะห์และออกแบบระบบ
Requirements
การหาความต้องการ
System Analyser
นักวิเคราะห์ระบบ
Programmer
โปรแกรมเมอร์
Operating System : OS
ระบบปฏิบัติงาน
Application System
ระบบงาน
Screen Design
การออกแบบหน้าจอ
System Follow Up and Maintenance
การติดตามผลและการบำรุงรักษาระบบ
Information System
ระบบงานข้อมูล
Feasibility Study
ความเป็นไปได้ของระบบ
Alternative Solution
กำหนดทางเลือกต่างๆที่เป็นไปได้
User Interfaces
การติดต่อระหว่างผู้ใช้ระบบกับคอมพิวเตอร์
Security
ระบบรักษาความปลอดภัย
Control
การควบคุม
People
คน
Method
วิธีการ
Computer Technology
คอมพิวเตอร์เทคโนโลยี
Data
ข้อมูล
Break Even Analysis
การวิเคราะห์ความคุ้มทุน
Performance Analysis
การวิเคราะห์ผลการปฏิบัติงาน
Documentation
การเขียนเอกสารและรายงาน
Cause and Effects
การหาเหตุและผล
Strong and Weak Point
จุดแข็งและจุดอ่อน
Interview
สัมภาษณ์
Presentation
การอธิบายหรือชี้แจงในที่ประชุม
Listening
การับฟัง
Group Work Team
การทำงานเป็นกลุ่ม

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ความสำคัญของระบบสารสนเทศ


ความสำคัญของระบบสารสนเทศ
     สถานศึกษาที่มีระบบสารสนเทศที่สมบูรณ์ครบถ้วน เป็นปัจจุบันเรียกใช้ได้สะดวกและตรงตามความต้องการ  จะช่วยให้สถานศึกษาสามารถดำเนินงานพัฒนาคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นการสร้างความมั่นใจที่ตั้งอยู่บนรากฐานของหลักวิชาหลักฐานข้อเท็จจริงที่สามารถตรวจสอบได้ มีกระบวนการวิเคราะห์และประมวลผลที่เป็นวิทยาศาสตร์ หลักตรรกะและความสมเหตุสมผล เพราะสารสนเทศทั้งหลายนั้นนอกจากจะใช้ในการวางแผนการดำเนินงานและประกอบการตัดสินใจแล้วยังนำไปสู่การพัฒนาแนวความคิด และสร้างทางเลือกใหม่ๆ ในการดำเนินการต่างๆ

สารสนเทศที่มีคุณภาพ
     ข้อมูลและสารสนเทศจะต้องมีคุณภาพ ทั้งในด้านความถูกต้อง มีความเป็นปัจจุบัน สามารถตอบสนองผู้ใช้ได้ ทันเหตุการณ์  จึงควรคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้
1.มีการตรวจสอบความถูกต้อง (Verifiability)
2.มีความถูกต้องแม่นยำ (Accuracy)
3.มีความสมบูรณ์และครอบคลุม (Comprehensiveness) เพียงพอที่จะใช้ตัดสินใจ
4.มีความชัดเจน (Clarity) ไม่ต้องตีความ แต่มีความกะทัดรัดได้ใจความ
5.มีความเกี่ยวข้องตรงต่อความต้องการของผู้ใช้ (Relevance)
6.มีความยืดหยุ่น (Flexibility) ปรับใช้ได้ในหลายสถานการณ์
7.ใช้ได้ง่าย รวดเร็ว (Accessibility)
8.สามารถจัดระบบตั้งแต่การเตรียมข้อมูลนำเข้า การประมวลผล และนำผลรายงานในเวลาที่ทันต่อเหตุการณ์ (Timeliness)

การจัดระบบสารสนเทศ
     จำแนกออกเป็น ระบบ พอสรุปได้ดังนี้
1.ระบบทำด้วยมือ (Manual System)
2.ระบบกึ่งอัตโนมัติ (Semi - Automation)
3.ระบบอัตโนมัติ  (Full - Automation)
การจัดทำระบบสารสนเทศในสถานศึกษา มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ข้อมูลและ
สารสนเทศประกอบการวางแผนตัดสินใจกำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตลอดจนข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นสามารถนำมาวิเคราะห์ปัญหาและนำมาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น การใช้ข้อมูลและสารสนเทศของบุคลากรแต่ละระดับจึงมีลักษณะและปริมาณที่แตกต่างกันไป

ระบบสารสนเทศในสถานศึกษา

ระบบสารสนเทศในสถานศึกษา ( School Management Information System)

ความหมายและบทบาทของระบบสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศ (Information System หรือ IS) คือระบบแบบเฉพาะเจาะจงชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นกลุ่มของส่วนประกอบพื้นฐานต่างๆ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกันในการเก็บ (นำเข้า), จัดการ (ประมวลผล) และเผยแพร่(แสดงผล) ข้อมูลและสารสนเทศและสนับสนุนกลไกลของผลสะท้อนกลับ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์


ส่วนประกอบของระบบสารสนเทศ
1. ส่วนที่นำเข้า (Inputs) ได้แก่การรวบรวมและการจัดเตรียมข้อมูลดิบ ส่วนที่นำเข้านี้สามารถมีได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการโทรเข้าเพื่อขอข้อมูลในระบบสอบถามเบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลที่ลูกค้ากรอกในใบ สอบถามการให้บริการของร้านค้าฯลฯ ขึ้นอยู่กับส่วนแสดงผลที่ต้องการ ส่วนที่นำเข้านี้อาจเป็นขบวนการที่ทำด้วยตัวเองหรือเป็นแบบอัตโนมัติก็ได้ เช่นการอ่านข้อมูลรายชื่อสินค้าและรายราคาโดยเครื่องอ่าน บาร์โค้ดของห้างสรรพสินค้า จัดเป็นส่วนที่นำเข้าแบบอัตโนมัติ
2. การประมวลผล (Processing) เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนและการแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปของส่วนแสดงผลที่มีประโยชน์ ตัวอย่างของการประมวลผลได้แก่การคำนวณ การเปรียบเทียบ การเลือกทางเลือกในการปฏิบัติงานและการเก็บข้อมูลไว้ใช้ในอนาคต โดยการประมวลผลสามารถทำได้ด้วยตนเองหรือสามารถใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยก็ได้ ตัวอย่างเช่น ระบบคิดเงินเดือนพนักงาน สามารถคิดได้จากการนำจำนวน ชั่วโมงการทำงานของพนักงานคูณเข้ากับอัตราค่าจ้างเพื่อให้ได้ยอดเงินรวมที่ต้องจ่ายรวม ถ้าชั่วโมงการทำงานรายสัปดาห์มากกว่า 40 ชั่วโมงอาจมีการคิดเงินล่วงเวลาให้ โดยเพิ่มเข้าไปกับเงินรวม จากนั้นอาจจะทำการหักภาษีพนักงาน โดยการนำเงินรวมมาคิดภาษีและนำเงินรวมมาลบด้วยภาษีที่คำนวณได้ จะทำให้ได้เงินสุทธิที่ต้องจ่ายให้กับพนักงาน
3. ส่วนที่แสดงผล (Outputs) เกี่ยวข้องกับการผลิตสารสนเทศที่มีประโยชน์ มักจะอยู่ในรูปของเอกสาร หรือรายงานหรืออาจะเป็นเช็คที่จ่ายให้กับพนักงาน รายงานที่นำเสนอผู้บริหารและสารสนเทศที่ถูกผลิตออกมาให้กับผู้ถือหุ้น ธนาคาร หรือกลุ่มอื่นๆ โดยส่วนแสดงผลของระบบหนึ่งอาจใช้เป็นส่วนที่นำเข้าเพื่อควบคุมระบบหรืออุปกรณ์อื่นๆ ก็ได้ เช่นในขบวนการผลิตเฟอร์นิเจอร์ พนักงานขาย ลูกค้า และ นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์อาจจะทำการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะใช้ซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการออกแบบนี้ด้วย จนกระทั่งได้ต้นแบบที่ตรงความต้องการมากที่สุด จึงส่งแบบนั้นไปทำการผลิต จะเห็นว่าแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ได้จากการออกแบบแต่ละครั้งจะเป็นส่วนที่ถูกนำไปปรับปรุงการออกแบบในครั้งต่อๆ ไป จนกระทั่งได้แบบ สุดท้ายออกมา อาจอยู่ในรูปของสิ่งพิมพ์ที่ออกมาจากเครื่องพิมพ์หรือแสดงอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เป็นอุปกรณ์แสดงผลตัวหนึ่งหรืออาจจะอยู่ในรูปของรายงานและเอกสารที่เขียนด้วยมือก็ได้
4. ผลสะท้อนกลับ (Feedback) คือส่วนแสดงผลที่ใช้ในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อส่วนที่นำเข้าหรือส่วนประมวลผล เช่น ความผิดพลาดหรือปัญหาที่เกิดขึ้น อาจจำเป็นต้องแก้ไขข้อมูลนำเข้าหรือทำการเปลี่ยนแปลงการประมวลผลเพื่อให้ได้ส่วนแสดงผลที่ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น ระบบการจ่ายเงินเดือนพนักงาน ถ้าทำการป้อนชั่วโมงการทำงานรายสัปดาห์เป็น 400 แทนที่จะเป็น 40 ชั่วโมง ถ้าทำการกำหนดให้ระบบตรวจสอบค่าชั่วโมงการทำงานให้อยู่ในช่วง 0-100 ชั่วโมง ดังนั้นเมื่อพบข้อมูลนี้เป็น 400 ชั่วโมง ระบบจะทำการส่งผลสะท้อนกลับออกมา อาจจะอยู่ในรูปของรายงานความผิดพลาด ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการตรวจสอบและแก้ไขจำนวนชั่วโมงการทำงานที่นำเข้ามาคำนวณให้ถูกต้องได้


ระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์ (Computer-Based Information Systems : CBIS)
ระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์ประกอบด้วย ฮาร์ดแวร์ (Hardware), ซอฟต์แวร์ (Software), ข้อมูล(Data), บุคคล (People), ขบวนการ (Procedure) และการสื่อสารข้อมูล (Telecommunication) ซึ่งถูกกำหนดขึ้นเพื่อทำการรวบรวม, จัดการ จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ


 1. ฮาร์ดแวร์ คืออุปกรณ์ทางกายภาพ ที่ใช้ในการรวบรวม การนำเข้า และการจัดเก็บข้อมูล, ประมวลผล ข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ และแสดงสารสนเทศที่เป็นผลลัพธ์ออกมา
2. ซอฟต์แวร์ ประกอบด้วยกลุ่มของโปรแกรมที่ใช้ในการปฏิบัติงานร่วมกับฮาร์ดแวร์และใช้ในการประมวลผลข้อมูลเป็นสารสนเทศ
3. ข้อมูล ในส่วนนี้หมายถึงข้อมูลและสารสนเทศที่ถูกเก็บอยู่ในฐานข้อมูล โดยฐานข้อมูล (Database) หมายถึงกลุ่มของค่าความจริงและสารสนเทศที่มีความเกี่ยวข้องกันนั่นเอง
4. บุคคล หมายถึงบุคคลที่ใช้งานและปฏิบัติงานร่วมกับระบบสารสนเทศ
5. ขบวนการ หมายถึงกลุ่มของคำสั่งหรือกฎ ที่แนะนำวิธีการปฏิบัติงานกับคอมพิวเตอร์ในระบบสารสนเทศ ซึ่งอาจได้แก่การแนะนำการควบคุมการเข้าใช้งานคอมพิวเตอร์, วิธีการสำรองสารสนเทศในระบบและวิธีจัดการกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้
6. การสื่อสารข้อมูล หมายถึงการส่งสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์เพื่อติดต่อสื่อสาร และช่วยให้องค์กรสามารถเชื่อมระบบคอมพิวเตอร์เข้ากับระบบเครือข่าย (Network) ที่มีประสิทธิภาพได้ โดยเครือข่ายใช้ในการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไว้ด้วยกัน อาจจะเป็นภายในอาคารเดียวกัน ในประเทศเดียวกัน หรือทั่วโลก เพื่อให้สามารถสื่อสารข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้
(http://irrigation.rid.go.th/rid15/ppn/Knowledge/Management%20Information%20Systems/mis2.htm)


คุณลักษณะที่ดีของสารสนเทศ
1. ใช้ง่าย ใช้เวลาเรียนรู้น้อย
2. ผิดพลาดน้อย (Error rate)
3. เมื่อมีข้อบกพร่อง สามารถแก้ไขได้เร็ว (MTBF)
4. เก็บรวบรวมข้อสนเทศที่เกิดจากการปฎิบัติงานตามปกติ
5. ให้ข้อสนเทศได้ครบถ้วน ถูกต้อง ทันเวลา


ระบบสารสนเทศในสถานศึกษา ประกอบด้วยระบบงานต่าง ๆ ดังนี้
1. การวางแผนจัดการเรียนการสอนและอัตรากำลัง
2. การจัดชั้นเรียนตามความต้องการของผู้เรียน วิชาเลือกเสรี พื้นฐานอาชีพ
3. การจัดกิจกรรมการศึกษาเพื่อสนองตอบความต้องการของชุมชน
4. การจัดทำทะเบียนประวัติ และพัฒนาการของนักเรียน
5. การวัดวิเคราะห์และประเมินผลการเรียน
6. ธนาคารข้อสอบ
7. ระบบงานห้องสมุด
8. ระบบงานปกครอง
9. ระบบงานบุคลากร
10. ระบบงานธุรการ การเงิน และพัสดุ
11. ระบบสาธารณูปโภค อาคารสถานที่
12. ระบบงานแนะแนว
13. ระบบงานสหกรณ์/สวัสดิการ
14. ระบบงานสุขอนามัยและโภชนาการ
15. ระบบแผนงานและโครงการ